ส่งอีเอชไอเอเก่า! แฉกรมชลฯรอส้มหล่นม.44สร้างเขื่อนแม่วงก์

สผ.ถกอีเอชไอเอเขื่อนแม่วงก์เย้ยวัน “สืบ นาคะเสถียร” คชก.โยนกลับรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมฯ ให้กรมชลฯทบทวน เหตุไม่แตกต่างจากของเดิม แฉกรมชลฯ รอส้มหล่น ม.44เดินหน้าสร้างเขื่อนแม่วงก์ เมื่อวันที่ 1 ก.ย. ที่สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีการประชุมคณะกรรมการชำนาญการ (คชก.)

พิจารณารายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (อีเอชไอเอ) เขื่อนแม่วงก์จ.นครสวรรค์ ของกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีนายศศิน เฉลิมลาภ ประธานมูลนิธิสืบ นาคะเสถียร มาเฝ้าสังเกตการณ์ที่บริเวณด้านหน้า สผ. ตั้งแต่ช่วงเช้า ด้านอัษฎาพร ไกรพานนท์ รองเลขาธิการ สผ. ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ประชุมมีมติให้กรมชลประทานกลับไปศึกษาทางเลือกอื่นๆ ในการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำสะแกกรัง ว่ามีทางเลือกอื่นๆ ให้สามารถทำได้หรือไม่ ถ้าทำไม่ได้ก็ให้ไปศึกษาว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะลดขนาดเขื่อนลง สุดท้ายหากพิจารณาแล้วทำไม่ได้จึงค่อยกลับไปศึกษาพิจารณาการสร้างเขื่อนแม่วงก์ใหม่ ซึ่งมติ คชก.ดังกล่าวสอดคล้องกับสิ่งที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีมติมาก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ คชก.ยังได้พิจารณารายงานอีเอชไอเอของเขื่อนแม่วงก์และให้กรมชลประธานกลับไปศึกษาใหม่ เพราะยังต้องการข้อมูลเพิ่มเติมในอีกหลายด้าน
                
โดยนายศศิน กล่าวภายหลังการประชุม ว่า คชก. มีมติยังไม่รับพิจารณารายงานอีเอชไอเอเขื่อนแม่นวงก์ของกรมชลประธาน  ซึ่งทราบมาว่า คชก.หลายท่านขอให้ผู้แทนการประชุมของกรมชลประทานถอนโครงการออกไปก่อน เนื่องจากข้อมูลที่ปรากฏในรายงานอีเอชไอเอยังขัดแย้งกันและมีทางเลือกอื่นๆ ในการแก้ปัญหาการจัดการน้ำในพื้นที่ ซึ่งประสบปัญหาน้ำท่วมอยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะบริเวณอ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ที่เกิดจากปัญหาการรุกล้ำลำคลองธรรมชาติ มีสิ่งก่อสร้างกีดขวางทางน้ำ และขาดการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการพื้นที่ นอกจากนี้ยังประสบภัยหาภัยแล้ง เพราะการทำเกษตรในพื้นที่อาศัยน้ำฝนเป็นหลัก อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ตนทราบมาว่ากรมชลประทานให้ปัญหาด้วยการจัดการน้ำในพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพ ปรับปรุงระบบชลประทานก่อสร้างฝาย และอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กและปลูกพืชให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ ทั้งนี้หากกรมชลประทานยังยืนยันจะเดินหน้าสร้างเขื่อนแม่วงก์ทางมูลนิธิสืบก็มีแนวทางการเคลื่อนไหวรองรับอยู่แล้ว. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews