“น้ำท่วม” ห่วงจมน้ำเสียชีวิตพุ่งสูง

สถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดยังอยู่ภาวะวิกฤต โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และพื้นที่ภาคกลาง ที่อยู่ใกล้ลุ่มแม่น้ำสายหลัก ส่งผลให้ประชาชนจำนวนได้รับผลกระทบ ซึ่งทางรัฐบาลอยู่ระหว่างการเร่งติดตามสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือ ความช่วยเหลือหลักๆ ในขณะนี้ยังคงเป็นอาหารและน้ำดื่ม ความสำคัญของการช่วยเหลือในเรื่องนี้คือ “ความสะอาด”

ซึ่งหากไม่ใส่ใจในสุขอนามัย ก็อาจส่งผลให้ประชาชนที่ลำบากจากภาวะน้ำท่วมอยู่แล้ว ต้องประสบกับภัยโรคระบาดจากอาหารและน้ำดื่มอีก ดังนั้น ผู้ให้ความช่วยเหลือเองก็เอาใจใส่ในเรื่องเหล่านี้ด้วย นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย แนะนำว่า การปรุงประกอบอาหารในจุดที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ต้องให้ความสำคัญในเรื่องความสะอาด ปลอดภัย การปรุงอาหารต้องถูกหลักสุขาภิบาลอาหารและได้คุณค่าทางโภชนาการ อาหารสดต้องไม่มีกลิ่นเหม็นหรือสีผิดปกติ อาหารแห้งต้องไม่มีเชื้อรา ส่วนอาหาร ต้องอยู่ในสภาพดี กระป๋องไม่บุบ บวม และไม่หมดอายุ พื้นที่หรือสถานที่จัดตั้งครัวต้องไม่ใกล้ห้องส้วม หรือที่รวบรวมขยะ ที่ระบายน้ำเสียหรือที่เก็บสารเคมี โดยหลีกเลี่ยงการเตรียมหรือปรุงอาหารกับพื้น ควรเตรียมปรุงอาหารบนโต๊ะที่สูงจากพื้น ประมาณ 60 เซนติเมตร เพื่อป้องกันการปนเปื้อนจากสิ่งสกปรก บริเวณที่ปรุงอาหารจะต้องมีถังขยะใส่เศษอาหารที่ไม่รั่วซึม มีฝาปิด ควรมีถุงพลาสติกรองอีกชั้นหนึ่ง เพื่อป้องกันแมลงวัน หนู แมลงสาป และทำให้ง่ายต่อการนำไปกำจัดด้วย
ขั้นตอนในการปรุงอาหารเพื่อช่วยผู้ประสบภัยนั้น นพ.วชิระ กล่าวว่า ก่อนปรุงอาหารควรมีการล้างวัตถุดิบที่จะนำมาปรุงทุกครั้ง โดยเฉพาะผักซึ่งอาจมีการปนเปื้อนคราบดินที่เกิดจากน้ำท่วมต้องล้างด้วยน้ำสะอาด 2-3 ครั้ง ส่วนผักบางอย่าง เช่น คะน้า กะหล่ำ ถั่วฝักยาว หากมีคราบขาวจับที่กาบใบหรือฝักมากเกินไปให้ล้างน้ำหลายๆ ครั้ง ก่อนจะนำไปปรุงประกอบอาหาร ส่วนผู้ปรุงประกอบอาหารต้องปฏิบัติตนให้ถูกสุขลักษณะ เช่น ล้างมือก่อนปรุงอาหาร ไม่ใช้มือจับอาหารปรุงสำเร็จโดยตรง ถ้ามือมีแผลต้องปิดแผลให้มิดชิดด้วยพลาสเตอร์กันน้ำ และหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับอาหาร. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth